ตามยลกรุเครื่องเพชรราชวงศ์

Share via email

b_0201113_150628ผู้เขียน:  จินต์ชญา

ในปีพ.ศ. 2510 ในการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯเยือนสหรัฐอเมริกาและแคนาดาอย่างเป็นทางการ  สมเด็จฯได้ทรงพระราชนิพนธ์บันทึกเกี่ยวกับเครื่องประดับเพชรชิ้นใหญ่ที่ทรงในงานสำคัญต่างๆไว้ในบทความ “ความทรงจำในการตามเสด็จทางราชการ” ตอนหนึ่งว่า…

“คืนนั้น ข้าพเจ้าได้สวมสร้อยพระศอเพชร ซึ่งเป็นของเก่าของสมเด็จพระพันปีหลวง…”

ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีข่าวเกี่ยวกับการที่ทรงเครื่องเพชรชิ้นใหญ่ๆออกมหาสมาคม ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันกังขาว่าประเทศเล็กๆในเอเซีย ร่ำรวยขนาดที่พระราชินีจะทรงใช้เงินฟุ่มเฟือยซื้อเครื่องเพชรแบบนั้นได้ ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่งแขกคนสำคัญคนหนึ่งในงานกล่าวถาม ม.จ. วิภาวดี รังสิต นางสนองพระโอษฐ์ (ยศในขณะนั้น-พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต) ว่า “ เอ้อ…สร้อยพระศอที่พระราชินีของท่านทรงอยู่นั้น คงเพิ่งซื้อใหม่จากปารีสละมัง”

หม่อมเจ้าวิภาวดี ทรงตอบว่า “เอ๊ะ! นี่ท่านไม่รู้หรอกหรือว่า เมืองไทยของฉันมีอายุกว่า 700-800 ปีแล้ว พระราชวงศ์จักรีก็มีมาตั้งเกือบสองศตวรรษ เราจึงมีเครื่องเพชรประจำพระราชวงศ์บ้าง ไม่เห็นจะต้องซื้อของใหม่ราคาแพงมาใช้เลย” …….

ในสมัยสุโขทัย เครื่องประดับร่างกายมีลักษณะและรูปแบบคล้ายศิลปะลพบุรี แต่มีการประดิษฐ์รูปแบบใหม่รับอิทธิพลของศิลปะลังกา ทำให้เป็นแบบอย่างของสมัยอยุธยาต่อมา สมัยนั้นมีการใช้อัญมณี 7 สี  เช่น ปัทมราช (พลอยทับทิม หรือพลอยสีแดง) ประพาฬรัตน์ (ปะการัง) ทำด้วยทองคำ ถม เงิน เครื่องประดับสำหรับบุคคลชั้นสูง จะมีศิราภรณ์ ลักษณะคล้ายเทริด มีกรอบพักตร์กับส่วนรัดเกล้า กรองศอ ตุ้มหู แหวน ปั้นเหน่ง  สตรีหรือเจ้านายชั้นสูง จะมีทองปลายแขนและแหวน

ในสมัยอยุธยา มีเพียงเจ้านายในราชวงศ์ที่จะใช้เครื่องประดับเครื่องทองของมีค่า เครื่องถมหรือลงยาราชาวดีเท่านั้น เมื่อเพลาล่วงเลยมาถึงต้นรัตนโกสินทร์ก็เหมือนกัน ไม่มีอะไรแตกต่างมาก เนื่องจากบ้านเมืองยังไม่สงบมากนัก

ต่อมาในช่วงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีการติดต่อค้าขายกับประเทศตะวันตกมากมาย ราชสำนักจึงมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องประดับกายสตรีขึ้น เครื่องประดับในสมัยนี้ยังเป็นเครื่องประดับที่ใช้กับการแต่งกายแบบสยาม คือ ต่างหูเพชร พลอย กรรเจียกจร พาหุรัด (กำไลแขน) และสร้อยสังวาลย์ ตาด เป็นต้น

 

กรุเครื่องเพชรของราชวงศ์จักรี จึงได้สะสมจริงๆจังๆเมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ถือว่าเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย  การแต่งพระองค์ของเจ้านายสตรีต้นรัชกาล ทรงสร้อยสังวาลย์ ปั้นเหน่งทองหัวเพชร พลอย กำไล แหวน สร้อยข้อมือ  ส่วนปลายรัชกาล เจ้านายสตรีทรงแฟชั่นแบบยุโรปประยุกต์ กล่าวคือ ฉลองพระองค์แขนหมูแฮมกับโจงกระเบน ทรงไข่มุกหลายๆเส้นกับเข็มกลัด เข็มขัด สะพายแพร ถุงพระบาทลวดลายปัก ฉลองพระบาทส้นสูง

อย่างที่ทราบกันว่ารัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯประพาสยุโรปถึงสองครั้ง ในช่วงปีพ.ศ.2440 และ พ.ศ.2450 และได้ทรงซื้อเครื่องประดับอัญมณีจากช่างผู้ผลิตเครื่องประดับอันมีชื่อของยุโรปเพื่อพระราชทานแก่พระมเหสี เจ้าจอม และพระธิดามากมาย และเครื่องประดับเหล่านั้น ปัจจุบันได้ตกทอดเป็นพระราชมรดกต่อไป

เครื่องเพชรชิ้นใหญ่ๆอันงดงามล้ำค่าของราชวงศ์ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ทรงนำพระราชมรดกมาเวียนใส่ในราชวงศ์ที่พบเห็นกันบ่อยๆ เมื่อเสด็จฯออกสู่มหาสมาคม โดยเฉพาะในวโรกาสทรงรับรองพระราชอาคันตุกะ จึงมาจากช่วงนี้นั่นเอง

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงโปรดเครื่องเพชร ทำให้ทรงมีเครื่องเพชรมากกว่าทางสายของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ดังนั้นทรงมีพระราชมรดกเครื่องเพชรจากร้านจิวเวอรี่ชื่อดังของยุโรปมากมายหลายชุด งดงามล้ำค่าควรเมืองมีอยู่หลายสิ่งที่เป็นชิ้นใหญ่ๆมีค่าที่พระราชินีทรงเมื่อออกมหาสมาคม  เล่ากันว่าเวลาจะทรงใช้ ข้าหลวงต้องเชิญมาเป็นถาดๆให้ทรงเลือก แต่ปลายพระชนมชีพก็ไม่ได้สนพระราชหฤทัยเท่าใดนัก ทรงเป็นชิ้นเล็กๆ พวกเข็มกลัดพระนาม ภายหลังเสด็จสวรรคต เครื่องอาภรณ์ล้ำค่าเหล่านี้ รัชกาลที่ 6 ยังไม่ได้ทรงแบ่งให้กับบรรดาพระทายาท ทรงเก็บไว้เป็นกองกลาง ผู้ใดจะใช้ก็พระราชทานยืมชั่วครั้งคราว

 

ตกทอดมาถึงสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่องพระองค์เสด็จฯออกนอกประเทศ ได้ทรงนำบางส่วนติดพระองค์ไปด้วย โดยเฉพาะเครื่องประดับชุดมรกตล้ำค่าที่ทรงขายร้านคาเทียร์ไปภายหลัง เพื่อพยุงพระเกียรติยศและดำรงพระชนม์ชีพเนื่องจากทางคณะราษฎร์ได้สั่งอายัดพระราชทรัพย์ในประเทศไทย แต่บางส่วนก็ยังคงเก็บรักษาไว้ในพระบรมหาราชวัง บนพระที่นั่งไพศาลทักษิณ มีการอัญเชิญอพยพไปตอนช่วงสงครามไปเก็บรักษาไว้ในถ้ำที่เพชรบูรณ์ หลังสงครามจึงได้นำกลับมาเก็บรักษาไว้ในพระบรมหาราชวังตามเดิม…….

 

จากหนังสือดวงแก้วพระมงกุฎเกล้าฯ ได้ระบุการแบ่งพระราชมรดกไว้ดังนี้

” 20 ปีผ่านไปนับตั้งแต่รัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคต มีการผลัดเปลี่ยนพระเจ้าแผ่นดิน 3 พระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีพระประสงค์ให้แบ่งพระราชมรดกจำพวกเครื่องเพชร เครื่องประดับและอัญมณีสูงค่า ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แก่พระกุลทายาทสายต่าง ๆ ที่ทรงมีสิทธิ์ในพระราชมรดก ซึ่งพระคลังข้างที่ดูแลรักษา ก่อนหน้านั้นนายกรัฐมนตรีในยุคเผด็จการ ไม่ยอมให้นำออกมาแบ่ง”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นประธานในการแบ่งพระราชมรดกไปยังทายาทสายต่างๆ อาทิ สายสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจีฯ พระนางเธอลักษมีลาวัณย์ พระนางเจ้าสุวัทนาฯ และพระสุจริตสุดา  สายพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์  สายพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา

สำหรับพระราชมรดกพระพันปีหลวงที่เป็นเครื่องเพชรประจำพระราชวงศ์ดังนี้

  • รัดเกศา  ภาษาอังกฤษเรียกว่าเทียร่า เข้ามาในประเทศไทย ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 กล่าวกันว่า เจ้านายฝ่ายในของไทย ในรัชกาลที่ 5  จะนิยมประดับเทียร่าเวลามีงานในพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 5 ทรงสั่งซื้อมาหลายชิ้นเพื่อพระราชทานเจ้านายฝ่ายในต่างๆ

เครื่องเพชรพระพันปีหลวง

รัดเกศา เจ้านายฝ่ายในทรงและเจ้าจอมสวมใส่ในสมัยรัชกาลที่ 5

 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา  เจ้าจอมม.ร.ว สดับ ลดาวัลย์

สมัยรัชกาลที่ 6

  • พระนางเธอลักษมีลาวัณ
  •   พระนางเธอฯกับพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงรัดเกศาองค์เดียวกัน

พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวีพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี

สมัยรัชกาลที่ 7

 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

รัดเกศาเพชรชิ้นใหญ่ๆที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงเป็นเนืองนิตย์มีดังนี้

  • รัดเกศาเพชรแบบเปล่งประกายรัศมี เป็นแฉกแหลมตลอดองค์ ที่เรียกกันว่า “Fringe Tiara”ฝีมือช่างราชสำนักฝรั่ง สามารถเปลี่ยนเป็นสร้อยคอได้ด้วย เป็นหนึ่งในเครื่องเพชรในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ทรงซื้อมาจากยุโรปเพื่อพระราชทานพระมเหสี เจ้าจอม พระเจ้าลูกเธอหลายพระองค์ อาทิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ สุขุมขัตติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร และเจ้าจอม ม.ร.ว สดับ ลดาวัลย์     มีหลายชิ้น ขนาดลดหลั่นกันไป

 

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ สุขุมขัตติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร

ชิ้นของเจ้าจอม ม.ร.ว สดับ ลดาวัลย์ ใช้เป็นสร้อยคอและสวมรัดเกล้าเล็กอื่นๆ

หลังจากรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต เจ้าจอม ม.ร.ว สดับ ยังแรกรุ่นอยู่  มีผู้พยายามเข้ามาตีสนิท ท่านเกรงว่าจะมีข้อครหา จึงได้นำเอาทรัพย์สินที่ได้รับพระราชทานทั้งหมด ทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งท่านได้ทรงนำไปขายต่างประเทศ  และทรงนำเงินนั้นมาสร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ทรงรัดเกศาสไตล์แบนโดคาดพระนลาฎ ตามแบบแฟชั่นแกสบี้ที่นิยมกันในยุค 1920  ส่วนสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ทรงเป็นทั้งรัดเกศาและสร้อยพระศอ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้ทรงรัดเกศารัศมีออกงานบ่อยครั้ง ทรงนำมาดัดแปลงกับทั้งชุดไทยและชุดตะวันออก ทั้งคาดพระนลาฎ คาดพระจุฑามาศ คาดพระเกศา และทรงใช้เป็นสร้อยพระศอเช่นกัน

อีกเส้นหนึ่ง ตกทอดลงมาที่พระชายา ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต คือ หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร (พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไชยันตมงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย)ต่อมาพระธิดาได้ทรงสร้อยเส้นนี้เช่นกัน คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน

 

 

สำหรับรัดเกล้าเพชรนี้ เป็นสไตล์เป็นที่นิยมมากในยุโรป เห็นได้จากของพระราชินีและพระราชวงศ์ประเทศอื่นๆเช่นกัน อาทิ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบ็ธที่สอง มงกุฎราชกุมารีวิคตอเรีย แห่งสวีเดน และเจ้าหญิงเบเนดิกต์ แห่งเดนมาร์ก เป็นต้น

 

  • รัดเกศาองค์ใหญ่ ประดับเพชรและไพลิน คาดว่าเป็นองค์เดียวกัน สามารถถอดยอดไพลินเปลี่ยนเป็นเพชรล้วนได้ และนำเพชรมาห้อยเป็นจี้ได้  สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงในงานเลี้ยงตอนเสด็จเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการและเลี้ยงรับรองพระราชอาคันตุกะในหลายวาระ  มีพระกุณฑลเพชรลูกเข้าชุดที่ทรงซื้อมาเองในภายหลัง

 

 

  • บางครั้งจะทรงคู่กับรัดเกศาเพชรแบบ fringe tiara แปลงเป็นสร้อยคอ

 

  • บางครั้งทรงเป็นสร้อยพระศอด้วย
  • ทรงกับสร้อยพระศอทับทิมล้อมเพชร และพระกุณฑลเข้าชุด ซึงชุดนี้สมเด็จทรงซื้อมาใหม่

 

  • แต่ส่วนใหญ่ จะทรงกับสร้อยพระศอไพลินเม็ดใหญ่ล้อมเพชรร้อยต่อกันห่างๆและพระกุณฑลเข้าชุด เป็นของเก่า ส่วนไพลินเม็ดใหญ่ที่ห้อยตรงกลาง และพระกุณฑล สมเด็จฯ ทรงซื้อจาก แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปวส (Van Cleef and. Arpels) ทรงออกงานบ่อยครั้ง

 

 

สร้อยเส้นนี้ คล้ายคลึงกับสร้อยพระศอสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธมาก

 

  • รัดเกศาดอกไม้เพชร เป็นรูปดอกไม้ซ้อนกันสามชั้น ดอกเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน  นำออกมาทรงน้อยครั้ง

 

  • รัดเกล้าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา  สร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6  ลักษณะกลมแบบ คราวน์ขนาดย่อม ฐานเป็นซี่หวีจากนั้นแถวแรกเป็นเพชรมาคี ซ้อนด้วยทับทิมหลังเบี้ยเม็ดเล็ก ต่อลวดลายเครือเถาขดขึ้นไปเป็นวงกลมเรียงต่อกัน ตรงกลางวงกลมทุกวงนั้นมีทับทิมหลังเบี้ยเม็ดใหญ่ล้อมกรอบด้วยรัศมีกึ่งกลางมงกุฏประดับตราอุณาโลมบนพื้นลงยาสีน้ำเงิน อันเป็นสีประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • มงกุฏองค์น้อยนี้มีเครื่องประกอบทั้งสร้อยพระศอ สร้อยพระกร ตุ้มพระกรรณ ปั้นเหน่ง รัดพระองค์ ครบชุด เป็นเครื่องทับทิมส่วนพระองค์ของสมเด็จอินทร์มาตั้งแต่ครั้งทรงดำรงตำแหน่งพระราชินี พระทายาทถวายคืนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จฯทรงเครื่องประดับชุดนี้กับฉลองพระองค์ชุดไทยและพระราชทานยืมแก่พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุทรงทั้งเซทออกรับแขกเมือง

 

  • รัดเกล้าดอกบัวทองกับฉลองพระองค์ออกสไตล์ไทย

 

 

เครื่องทรงในพระราชพิธีโสกันต์ ของเจ้านายชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า

  • พระเกี้ยวเพชร ส่วนหนึ่งของเครื่องทรงในพระราชพิธีโสกันต์  สามารถถอดดอกไม้ทิศที่ใส่ขัดพระเกี้ยวกับพระเมาฬีออกได้ เพื่อยึดกับพระเมาลีเจ้านายชั้นสูงระดับสมเด็จเจ้าฟ้า

 

 

สมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวารฯกรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์

สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย

สมเด็จฯทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการแต่งพระองค์ยิ่งนัก ทรงตัดแปลงเครื่องเพฃรที่เจ้านายสมัยก่อนทรงในพระราชพิธีโสกันต์ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีอีกต่อไปแล้ว และนำมาทรงกับฉลองพระองค์ได้อย่างกลมกลืน เด่น และสง่างาม

  • ส่วนหนึ่งของพระเกี้ยวองค์ใหญ่ สมเด็จทรงถอดออกนำมาทรงประยุกต์เป็นรัดเกศาแบบไทย ประดับเพชรลูกสีออกเหลืองนวล น้ำงามระยับ สามารถคลี่ออก เพื่อคาดไปตามโค้งพระเศียร เหมือนศิราภรณ์แบบตะวันตก สามารถถอดออกมาเป็น สร้อยพระศอ และสร้อยพระกรได้

 

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ทรงกับฉลองพระองค์แบบยุโรป

 

ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงกับฉลองพระองค์แบบไทยและยุโรป

อีกทั้งพระราชทานยืมให้กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ทรงในงานรับรองพระราชอาคันตุกะอีกด้วย

 

  • พระเกี้ยวเพชร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระเกี้ยวในวันฉลองพระราชพิธีอภิเษกสมรส เนื่องจากพระนามคือ “จุฬาภรณ์”

ภายหลัง ทรงถอดยอดออก แล้วทรงกับฉลองพระองค์ชุดไทย

ทรงพระจุฑามณีเพชรขัดพระเกี้ยวให้อยู่กับพระเมาฬี

พระเกี้ยวทองฝังเพชรซีก สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงดอกไม้ทิศ ดอกพิกุลทอง จากพระเกี้ยว ใช้แทนพระปิ่น ขัดพระเกศา

 

 

  • หงส์คาบเพชร ฝีมือวิจิตร เป็นรูปหงส์สองตัว ฝังเพชร ฝังทับทิมที่ตา คาบเพชรลูกห้อยระย้าน้ำงาม ประดับตรงไหล่ ตรงเพชรลูกทรงถอดไปห้อยเป็นจี้เพชรได้

 

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามาลินีนภดารา กรมขุนศรีสัชนาลัยสุรกัญญา

  • สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงปรับเอาหงส์คาบเพชรคู่ มาใช้เป็นเครื่องประดับ เมื่อทรงทั้งชุดไทย และไทยประยุกต์ได้อย่างกลมกลืน งดงาม
  • พระวลัยเพชร ปะวะหล่ำกำไล กำไลครึ่งซีก จำพวกกำไลตะขาบ หรือเรียกกันว่ากำไลมกร หันหัวชนกัน  มีหลายอย่าง ที่ทรงเป็นรูปนาคา บางครั้งเป็นวลัยเพชรรูปดอกไม้

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

  • นวมพระศอประดับพลอย

 

  • พาหุรัด (กำไลต้นแขน) สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงดัดแปลงเป็นรัดเกศา และทรงในช่วงระยะเวลาเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ส่วนพระกุณฑลทรงซื้อใหม่

 

  • รัดเกศาเพชร  สมเด็จพระนางเจ้าฯ  ทรงตอนโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี  อาจทรงปรับจากของพระราชพิธีโสกันต์เช่นกัน

 

 

  • สังวาลย์ ทั้งทอง เพชร ทับทิม และอื่นๆมีมากมาย

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี

 

 

นอกจากนั้น ยังมีเครื่องเพชรชุดใหญ่อีกมาก อาทิ

  • สร้อยพระศอเพชรขนาดใหญ่ ประกอบด้วย เพชรลูกกลมขนาดเขื่องเรียงกันรอบพระศอ ชาววังเรียกกันว่า สร้อยเพชรแม่เศรษฐี และมีเพชรเม็ดใหญ่ห้อย ถอดออกได้ จะเห็นได้บ่อยครั้งในพระบรมฉายาลักษณ์พระพันปีหลวง โดยจะทรงซ้อนกันหลายๆเส้น ส่วนพระธิดาและเจ้าจอม จะได้สร้อยเล็กลงหลดหลั่นกันไป

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา  เจ้าจอมมารดาแส  พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ทิพยาลังการ

 

 สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา

  • และนำมาทรงโดยสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดทรงบ่อยๆร่วมกับเครื่องเพชรอื่นๆ เช่นทรงกับรัดเกศาเพชร fringe tiara

สมเด็จฯได้ทรงซื้อจากกองมรดกสมเด็จพระพันปีหลวง แต่ตอนหลังพระราชทานสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา แต่ท่านไม่ทรงรับ ทรงถวายคืน

 

 

สร้อยเพชรสไตล์นี้ ก็เป็นที่นิยมอย่างมากในยุโรป สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียทรงเม็ดใหญ่รอบพระศอและมีจี้เพชรห้อย ควีนมัมและพระราชวงศ์ทรง สามเส้น  และตกทอดมาถึงสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบ็ทที่ 2

สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์กและเจ้าหญิงแห่งลักเซมเบอร์ก  เจขเจ้า

  • สร้อยพระศออุบะทองประดับเพชรซีกและปั้นเหน่งทองเพชรซีก ตุ้มพระกรรณ และสังวาลย์ผีมือวิจิตรแบบไทย สมเด็จฯทรงกับชุดไทยและสากลได้อย่างเหมาะเจาะ

  • สร้อยพระศอเพชรใหญ่แบบแผ่บนพระพาหา ลวดลายละเอียดฝีมือช่างราชสำนักฝรั่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงในวาระที่ต้องรับแขกเมืองอยู่เนืองๆ และพระราชทานยืมแก่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ด้วย

 

  • สร้อยพระศอทับทิมและเพชรรูปโบว์ดอกไม้ สมเด็จฯทรงซื้อพระกุณฑลมาใหม่ให้เข้าชุด ทรงกับชุดไทย

 

  • และพระกุณฑลองค์นี้ ทรงกับสร้อยพระศอทับทิมอีกชุดด้วย

 

  • ชุดสร้อยพระศองูฝังเพชร นัยน์ตาเป็นทับทิม สามารถอดได้เป็นหลายชิ้น ต่อยาวหรือสั้นก็ได้ น่าจะเป็นของบูลการี สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ ทรงแบบสะพายแล่งและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงในวาระต่างๆ หลายครั้งโดยทรงกับมรกตเม็ดใหญ่

 

ส่วนราชวงศ์ต่างประเทศ เจ้าหญิงคามิลล่า ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ทรงออกงานหลายครั้งเช่นกัน

 

  • พระปั้นเหน่ง เป็นเครื่องประดับประจำพระองค์พระมหากษัตริย์และราชวงศ์มาอย่างยาวนาน มีหลากหลายชนิดของอัญมณี ทรงทั้งพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีสำคัญที่ทรงโจงกระเบน และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยที่ผ้านุ่งแบบจีบหน้านาง
  •  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงปั้นเหน่งกับชุดไทยบรมพิมาน

 

  • พระปั้นเหน่งหรือหัวเข็มขัดมรกตโคลัมเบีย ฝังเพชรน้ำงาม ราคาประเมินมิได้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงในพระราชาพิธีบรมราชาภิเษกและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงกับฉลองพระองค์ชุดไทย  ม พระ

 

 

 

  • ปั้นเหน่งนพเก้า ประกอบด้วยเพชรเม็ดใหญ่และพลอยสำคัญอีก 8 ชนิด คือ ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิลกาฬ (ไพลิน) มุกดาหาร เพทายและไพฑูรย์ ครบทุกชนิดตามโบราณราชประเพณี “ความเชื่อ” ของผู้คนที่มีมาแต่โบราณกาลว่า อัญมณีหรือเพชรพลอยทั้ง 9 ชนิดที่เรียกว่า “นพรัตน์” นั้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของดาวนพเคราะห์ ถือเป็นของสูง เป็นสิริมงคลแก่ผู้เป็นเจ้าของ ใครมีไว้ก็ล้วนแต่เจริญรุ่งเรืองด้วยประการทั้งปวง เลิศด้วยความดีงามทั้งปวง  สมัยโบราณมีแต่เจ้านายชั้นสูงเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ใส่

ปั้นเหน่งนี้ มีจี้นพเก้าที่สามารถทำเป็นเข็มกลัดเข้าชุด ตามที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงกับชุดไทยจิตรลดาและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงกลัดทับสไบสะพักกับฉลองพระองค์ชุดไทย

 

 

 

  • ปั้นเหน่งเพฃรลูกขนาดใหญ่นับ ๑๐ เม็ด แต่ละเม็ดสามารถถอดเกลียวออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมรัดพระองค์ทองคำฝังเพชรเป็นระยะ มีหลายชิ้นที่ลักษณะคล้ายๆกัน ที่เจ้านายทรงบ่อยๆ ก็มีพระปั้นเหน่งรูปไข่รีๆและรูปดาว

 

 

  • พระปั้นเหน่งทองฝังเพชรในรูปศาสตราวุธจักรี ซึ่งเป็นตราประจำพระราชวงศ์ พระบรมวงศานุวงศ์ทรงในหลายวาระโอกาสสำคัญ สมเด็จทรงมีองค์เก่า และพระราชทานยืมแก่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายหลัง ทรงสั่งทำใหม่พระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ และเจ้านายฝ่ายใน

 

 

 

 

เครื่องเพชรส่วนพระองค์

เครื่องเพชรชิ้นใหญ่ข้างต้น เป็นพระราชมรดกของสมเด็จพระพันปีหลวง ไม่ใช่ของส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ปกติจะเก็บรักษาไว้ที่พระบรมหาราชวัง  แม้สมเด็จฯจะทรงใช้ต้องไปเบิกออกมาอย่างเป็นทางการ จึงทรงในงานรับแขกเมืองหรือพระราชพิธีใหญ่ๆเท่านี้น  ดังนั้น ในงานที่เสด็จฯปกติ ทรงมีเครื่องเพชรส่วนพระองค์ที่ทรงซื้อมาใหม่หลายชิ้น ดังนี้

  • ชุดสร้อยพระศอทับทิมล้อมเพชรใหญ่พร้อมพระกุณฑลเข้าชุด มีหลายชุด สมเด็จฯทรงหลายครั้งในโอกาสต่างๆ

 

  • พระกุณฑลระย้าเพชร สมเด็จฯทรงโปรดมาก ทรงในวาระต่างๆกันค่อนข้างบ่อย

 

  • สร้อยพระศอมรกตล้อมเพชรและพระกุณฑลมรกต

 

  • พระกุณฑลมรกตรูปหยดน้ำ ทรงกับจี้มรกตล้อมเพชร และสร้อยทับทิม มรกตสไตล์อินเดีย

 

  • สร้อยพระศอสไตล์ปกฉลองพระองค์เพชร

 

  • สร้อยพระศอเพชรหยดน้ำและพระกุณฑลทัมทิมล้อมเพชร
  • ท้ายสุด อาจบอกได้ว่า เครื่องเพชรที่สมเด็จพระพันปีหลวง เจ้านายฝ่ายในและสมเด็จพระนางเจ้าโปรดที่สุด น่าจะเป็นสร้อยไข่มุก เนื่องจากงดงาม คลาสสิค ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป สมเด็จพระพันปีหลวงทรงมีสร้อยมุกเป็นจำนวนมาก พระราชทานให้กับผู้ที่โปรดเนืองๆ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี      สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามาลินีนภดารา ศิรินิภาพรรณวดี กรมขุน

ศรีสัชนาลัยสุรกัญญา

ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงโปรดสร้อยมุกมาตั้งแต่เป็นพระคู่หมั้น มักทรงสร้อยมุก แบบต่างๆ ทั้งติดพระศอ สร้อยยาว และซ้อนกันหลายชั้นในวาระช่วงงานกลางวัน

 

 

 

เครื่องเพชรในราชวงศ์ไทยยังมีอีกมากมายนอกเหนือจากที่กล่าวมา เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้ทรงซื้อเข้ามาเพิ่มเติมหลายชิ้น นอกจากเครื่องประดับเหล่านี้จะเป็นเครื่องเสริมพระเกียรติยศของพระราชวงศ์ไทยแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่และมั่งคั่งของอาณาจักรสยามในอดีต ที่ไม่แพ้ราชวงศ์ใดๆในโลก

 

 

 

สัมภาษณ์ ท่านผู้หญิงออมทรัพย์ สุจริตกุล คุณข้าหลวงผู้ใหญ่ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ถวายงานเก็บเครื่องเพชรมากว่า 60 ปี

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/K3943408/K3943408.html

(สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ, 2543)

http://preciouspieces.wordpress.com/คลังความรู้/บทนำ/วิวัฒนาการของเครื่องปร/วิวัฒนาการเครื่องประดั/

“ความทรงจำในการตามเสด็จทางราชการ”

ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2009/03/K7650627/K7650627.html

http://www.soravij.com/jewels/royaljewels/files/sirikit/moderntiara.html

Share via email

You may also like...